Fastdramatic.COM

เว็บข่าว ข่าวสดออนไลน์ 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "หมอวรงค์"

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "หมอวรงค์"

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน “หมอวรงค์” หัวหน้าพรรค ภักดีไทย ฐานรั่วไหลข้อมูลการบริจาคของสถาบันก้าวหน้าในโครงการ 1 พฤษภาฯ ไม่ว่าจะเป็น จำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาเพื่อระดมทุนช่วยเหลือนักดนตรีที่ป่วยเป็นโรคปอดบวมชนิดมงกุฎใหม่ (โควิด-19)

จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

คดีนี้ศาลชั้นต้นได้ตรวจสอบคำเบิกความและพยานหลักฐานที่คู่ความโต้แย้งแล้วเห็นว่าจำเลยได้แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เป็นเรื่องยุติธรรมที่จะแสดงความคิดเห็นว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะทำเช่นนั้นโดยไม่ผิดกฎหมายในคดีความ การตัดสินถูกลบล้าง

โจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ตามหลักการคิด ผู้ที่สามารถชุมนุมได้ คนส่วนใหญ่ควรมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล แต่บังเอิญการรวมตัวของคนส่วนใหญ่ในครั้งนี้มีความเสี่ยงผิดปกติที่จะล้มรัฐบาลได้ การแบ่งที่ดิน ระบุ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าผู้ได้รับเลือกมีเหตุสร้างปัญหาให้ประเทศ โดยเฉพาะมาตรา 112 ล้มหน่วยงาน แบ่งแยกประเทศ

ส่วนตัวผมสนับสนุนพรรคก้าวหน้าซึ่งมีเสียงข้างมาก แต่โดยบังเอิญ คำถามใหญ่สองข้อทำให้ฉันสงสัย นอกจากนี้ แรงกดดันต่อสมาชิกวุฒิสภาก็เพิ่มขึ้นตั้งแต่นั้นมา การกดดันมวลชนเป็นการเสียคะแนน ความจริงอยากให้ ปิตะ ลิ้มเจริญหล้า หัวหน้าพรรค เลื่อนเป็นนายกฯ ดูประเทศไทย เป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม พรรคการไกลได้รับเสียงของประชาชน นั่นไม่ใช่คนส่วนใหญ่ในประเทศ แต่มีเสียงอื่น ๆ ปะปนอยู่ เขาให้เหตุผลว่าคนส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นจากมาตรา 112 เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษา ดังนั้นการรวมมาตรา 112 เข้ากับเสียงเลือกตั้ง 14 ล้านเสียงจึงถือเป็นเรื่องสมมติ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน "หมอวรงค์"

ถามส่วนตัวคิดว่าการโหวตนายกฯจะจบตั้งแต่วันแรกเลยหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตามระเบียบการควรจบตั้งแต่วันแรก แต่ถ้าไม่จบ ก็ตกรอบ ต้องให้โอกาสผู้อื่น นี่คือ เจตนารมณ์ของการเสียดสีหลักการประชาธิปไตยไม่หยุดหย่อน หากร่าง พ.ร.บ.ใดผ่านก็จะถูกคัดค้านแน่นอน เปิดโอกาสให้พรรคอื่นได้เสียงข้างมากต่อไป ฝูงชนที่มาร่วมชุมนุมมองว่ามีการแสดงออกที่อาจทำให้เลือก ส.ว. แต่ละคนอย่างมีสติหรือไม่ การกดดันอาจทำให้เสียหายมากขึ้น คนจะห่วงประเทศและประชาชนมากขึ้น ถ้าคุณไม่เครียด คุณก็เป็นได้เช่นกัน หากมีการกดดันก็คงทำไม่ได้

แต่เมื่อถึงเวลาที่ตกลงกันศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ วิเคราะห์แล้วพบว่า น.ส.พรรณิการ์ จำเลย เป็นบุคคลสาธารณะที่ประชาชนรู้จักและวิจารณ์ได้ ดังนั้นการที่ ดร.วัลลอน จำเลยเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจึงถือเป็นการแสดงเจตนาโดยสุจริต และวิจารณ์อย่างยุติธรรมว่าทำได้

นอกจากนี้ รายชื่อ 11 คนที่อ้างว่าได้รับเงินบริจาคดูเหมือนจะถูกเปิดเผยแล้ว ปรากฎว่าหลังจากการสอบสวน ดร. วัลลอนไม่มีชื่อและข้อมูลในทะเบียนราษฎรหรือตัวตนที่แท้จริงของเขา การกระทำของจำเลยไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์เห็นควรให้ยกคำพิพากษาในคดีนี้

หลังฟังคำพิพากษา ดร.วัลลภ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดจะแก้ไขมาตรา 112 เป็นการฟ้องเพื่อปิดปากผู้ที่แสดงความเห็น จึงอยากเรียกร้องให้คนกลุ่มดังกล่าวลุกขึ้นต่อสู้อย่างยุติธรรมด้วยอุดมการณ์และความคิด

อย่างไรก็ตามตนถูกดำเนินคดีจากองค์กรดังกล่าวข้างต้น 3 คดี ได้แก่ คดีที่นายพิธา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคเก้าชีวิต และ น.ส.พรรณิกา ก้าวหน้าสภา เป็นโจทก์

นพ.วรงค์ เปิดเผยว่า คดีนี้ ปิตา และพรรณิกา เป็นโจทก์ฟ้อง ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง ตอนนี้เหลือแต่คดีของนายธนาธร ในการพิจารณาคดี จึงขอให้ นายธนาธร ถอนฟ้อง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เพราะคิดว่าจะแพ้คดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม : ข่าวการเมือง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : fastdramatic

ติดต่อสอบถาม และ เข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ LINE : @UFA656

โปรดยืนยันว่าคุณบรรลุข้อกำหนดด้านอายุตามกฎหมาย (18 ปีขึ้นไป) เพื่อดำเนินการต่อ